วิธีคำนวณอายุครรภ์

จะแบ่งออกเป็น 4 วิธีดังนี้การนับอายุครรภ์ จากประจำเดือน

1.การนับอายุครรภ์ จากประจำเดือน

จะเป็นการหาวันกำหนดคลอดโดยนับจากประจำเดือน (Expected date of delivery หรือ EDD) จะใช้กฎของ Naegele (Neagele’s rule) คือ เราจะดูว่าประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็เอาวันนั้น บวก 7 วัน ลบด้วย 3 เดือน ก็จะเป็นวันกำหนดคลอดตัวอย่างการคำนวณ ประจำเดือนครั้งสุดท้าย คือ วันที่ 20 กันยายน 2561 กำหนดคลอด จะเป็น 27 มิถุนายน 2562 นั่นเอง

การนับอายุครรภ์กรณีรอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ รอบเดือนนานกว่า 28 วันหรือจำประจำเดือนครั้งสุดท้ายไม่ได้ คุณหมอจะอัลตราซาวด์เพื่อวัดขนาดของถุงการตั้งครรภ์ (gestational sac) หรือความยาวทารก (Crown rump length) ซึ่งจะแม่นยำที่สุดในช่วงไตรมาสแรก (อายุครรภ์น้อยกว่า 14 สัปดาห์) และจะแม่นยำน้อยลงเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น เพื่อกำหนดวันกำหนดคลอด

2.การนับอายุครรภ์สำคัญอย่างไร

แน่นอน สำคัญมากเพราะจะทำให้เราทราบอายุครรภ์ที่แน่นอน และสามารถวางแผนการจัดการได้ดียิ่งขึ้น

3.การนับอายุครรภ์ นับตามอัลตราซาวด์ได้หรือไม่

กรณีคนที่ประจำเดือนมาตรงกันเสมอทุกเดือน สูติแพทย์จะยึดอายุครรภ์ตามรอบเดือน ยกเว้นในรายที่รอบเดือนไม่ปกติ และจดจำรอบเดือนไม่ได้ สูติแพทย์จะทำอัลตราซาวด์และยึดอายุครรภ์ตามการทำอัลตราซาวด์ อายุครรภ์จากรอบเดือนและจากการทำอัลตราซาวด์ จะแตกต่างกันไม่เกิน 14 วัน ( ตามปกติ) แต่หากพบว่า อายุครรภ์ห่างกันเกิน 14 วัน น่าจะเกิดจาก การจดจำรอบเดือนคลาดเคลื่อนมากกว่า การทำอัลตราซาวด์เพื่อประเมินอายุครรภ์ต้องทำผ่านช่องคลอดถึงจะแม่นยำสูง การทำอัลตราซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง พบมีคามคลาดเคลื่อนจากหลายปัจจัยเช่น ผนังหน้าท้องหนา มีพังผืดเยอะ

4.ทำอย่างไรเมื่อนับอายุครรภ์จากอัลตราซาวด์และนับอายุครรภ์จากรอบเดือนไม่ตรงกัน

หากคุณวิตกกังวลเกี่ยวกับอายุครรภ์ว่าจะตรงกันหรือไม่ระหว่างทำอัลตราซาวด์และรอบเดือน เมื่ออายุครรภ์ เข้าสู่ช่วงต่างๆ อาจมีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันไป บางคนอาจเร็วบ้าง ช้าบ้าง แต่อาการจะใกล้เคียงกัน ให้เราเทียบเคียง อายุครรภ์ตามอาการที่เกิดขึ้น และ กะคำนวณอายุครรภ์เพิ่ม หรือ ลดลงตามอาการดังกล่าว หากคนตั้งครรภ์อยู่ภาวะใกล้คลอด ควรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการผิดพลาดเช่น คลอดก่อนกำหนดเวลาที่ได้จากคุณหมอจริง

กลับหน้าแรก